1 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00–16.00 น. ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันพระปกเกล้าและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาการศึกษาและการวิจัย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธี โดยมีเป้าหมายในการยกระดับการพัฒนาผู้นำและบุคลากรของประเทศผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรทางวิชาการของทั้งสองสถาบัน
โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้าในฐานะ “คลังสมองของชาติ (Think Tank) ด้านนิติบัญญัติ” มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธี ผ่านการศึกษา การวิจัย การพัฒนาหลักสูตร และการเผยแพร่องค์ความรู้สู่สังคม ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผสานศักยภาพทางวิชาการของทั้งสององค์กร เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพให้แก่ประเทศ
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองสถาบันที่มีมาอย่างยาวนาน โดยบุคลากรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันพระปกเกล้ามาโดยตลอด ทั้งในฐานะผู้บริหาร กรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้
สาระสำคัญของความร่วมมือครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย การแลกเปลี่ยนบุคลากร การจัดกิจกรรมวิชาการ การใช้ทรัพยากรทางวิชาการร่วมกัน และการขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล การนิติบัญญัติ การพัฒนาท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชน และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
ไฮไลท์สำคัญของความร่วมมือ คือการพัฒนารูปแบบการศึกษาภายใต้แนวคิด “เรียน 1 ได้ถึง 2” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมรับสิทธิ์เทียบโอนหน่วยกิต
สำหรับ หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่นที่ 26 จะเชื่อมต่อกับหลักสูตรระดับปริญญาโทของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเศรษฐกิจ และหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกในช่องทางพิเศษ (Special Track: KPI x CU) จะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ 12 หน่วยกิต และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทได้ภายใน 1 ปี
ขณะเดียวกัน หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) รุ่นที่ 16 จะเชื่อมต่อกับหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในช่องทางพิเศษจะได้รับสิทธิ์เทียบโอนหน่วยกิตตามเกณฑ์ที่กำหนด และสามารถศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตได้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของสถาบันพระปกเกล้าและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสร้างระบบการศึกษาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับประสบการณ์การทำงานจริง ยกระดับศักยภาพของผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาผู้นำที่มีความรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธี อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
















