สถาบันพระปกเกล้า โดยวิทยาลัยการนิติบัญญัติ จัดโครงการสัมมนาวิชาการ “สส. 101: Start Strong” ในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม B1-1 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในฐานะผู้แทนของประชาชน
การสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับบทบาทของ สส. ให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากล โดยเฉพาะด้าน “ความโปร่งใสในกระบวนการนิติบัญญัติ” ควบคู่กับการเสริมความรู้เชิงปฏิบัติในประเด็นสำคัญ อาทิ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอย่างถูกต้องครบถ้วน และการลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น
ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในหลากหลายช่วง ได้แก่
- กล่าวรายงาน โดย นางสาวธีรพรรณ ใจมั่น ผู้อำนวยการวิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า
- กล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ “รัฐสภาโปร่งใส: มาตรฐานสากลและการยกระดับรัฐสภาไทย” โดย นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1
- การเสวนา “การเมือง 101: รู้ เข้าใจ ใช้เป็น – เรียนรู้ให้ลึก สื่อสารให้ถึง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ และ นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารเดลินิวส์
- ปาฐกถาพิเศษ “บัญชีทรัพย์สิน: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และความเสี่ยงทางกฎหมาย” โดย นายประภาศ คงเอียด กรรมการ ป.ป.ช.
- การบรรยาย “How to ยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ถูก ครบ จบในครั้งเดียว” และ Workshop “คลินิกยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน (one on one clinic)” โดย สำนักงาน ป.ป.ช.
ช่วงบ่ายของงาน สส. 101 Start Strong นั้น มีการจัดกิจกรรม “คลินิกให้คำปรึกษาการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน” เพื่อสนับสนุนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และบุคลากรในวงงานรัฐสภา ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความโปร่งใสอย่างถูกต้องและทันเวลา บรรยากาศภายในคลินิกเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้ง สส. ที่เดินทางเข้ารับคำปรึกษาด้วยตนเอง และบางส่วนมอบหมายให้ทีมงาน ได้แก่ ผู้ช่วยดำเนินงาน ผู้ชำนาญการ และผู้เชี่ยวชาญ นำข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดเตรียมเอกสารและการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเข้ามาหารือ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถดำเนินการยื่นได้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา คือวันที่ 14 พฤษภาคม 2569
ในการนี้ เจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. ได้ร่วมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเตรียมข้อมูล ข้อควรระวัง ไปจนถึงแนวปฏิบัติในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านเวลา
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือกรณี “การยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ทันกำหนด” ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่า ผู้ยื่นสามารถขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 30 วัน โดยต้องดำเนินการยื่นคำร้องแสดงความประสงค์ต่อ ป.ป.ช. ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
กิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของ สส. และทีมงาน ในการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล อันเป็นรากฐานสำคัญของระบบรัฐสภาที่เข้มแข็งและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน
โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนบทบาทของรัฐสภาไทย ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายการทำงานและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมจำนวน 500 คน เพื่อร่วมกัน “เริ่มต้นอย่างแข็งแกร่ง” และขับเคลื่อนรัฐสภาไทยสู่อนาคตที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น














