สถาบันพระปกเกล้า จับมือ มจร. ขยายบทบาท Think Tank แห่งชาติ เชื่อมพุทธปัญญาสู่การจัดการความขัดแย้งอย่างสันติ
สถาบันพระปกเกล้าเดินหน้าขยายความร่วมมือทางวิชาการด้านสันติศึกษาและการจัดการความขัดแย้ง จับมือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มุ่งพัฒนาหลักสูตรการศึกษา งานวิจัย และการสร้างผู้นำสังคมสันติสุข พร้อมเปิดแนวคิดใหม่ “เรียน 1 ได้ถึง 2” เชื่อมการเรียนรู้จากหลักสูตรประกาศนียบัตรสู่ระดับปริญญา
วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องภูวนาทประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยมีพระพรหมวัชรธีราจารย์ ศาสตราจารย์ ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมด้วย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข นางสางสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า รศ.ดร. กมลพร สอนศรี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล คณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งสองส่วนงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวด้วยว่า สถาบันพระปกเกล้าทำหน้าที่เป็น “คลังสมองของชาติ (Think Tank) ด้านนิติบัญญัติ” ที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ สร้างผู้นำ และสนับสนุนงานวิชาการแก่รัฐสภาและบุคลากรทางการเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพการออกกฎหมายและการบริหารประเทศให้ตอบโจทย์ประชาชน ผ่านงานวิจัย การฝึกอบรม และเครือข่ายวิชาการระดับสากล มีความยินดีที่ได้ลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ทางวิชาการที่ทั้งสองสถาบันได้ดำเนินร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนาม MOU เมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำพุทธศาสนา มาพัฒนาองค์ความรู้ด้านสันติศึกษา การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การยกระดับ หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4ส) ภายใต้แนวคิด “เรียนหนึ่งหลักสูตร ได้สองวุฒิการศึกษา” โดยผู้เรียนจะได้รับทั้งประกาศนียบัตรชั้นสูงและโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญา ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารเชิงกลยุทธ์และสันติศึกษา (Strategic Management and Peace Studies) และเตรียมขยายสู่ระดับปริญญาเอกในอนาคต
นอกจากนี้ นักศึกษาหลักสูตร 4ส รุ่นที่ 16 จะได้รับการคัดเลือกร่วมกันของทั้งสองสถาบัน พร้อมสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโทโดยเน้นการทำวิทยานิพนธ์ เพื่อสร้างนักบริหารและผู้นำที่มีความรู้ด้านการจัดการความขัดแย้งและสันติวิธีอย่างเป็นระบบ
สถาบันพระปกเกล้kเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อพัฒนาผู้นำระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนให้สามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับที่กว้างขวางยิ่งขึ้นในอนาคต









