สถาบันพระปกเกล้า เปิดเวทีวิชาการ “กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต” ร่วมขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม 402 – 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา ร่วมกับวิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต” เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะมีบทบาทในการยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพของประชาชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศในอนาคต
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และประธานกรรมการวิชาการของวุฒิสภา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานอนุกรรมการเสริมสร้างความรู้ในวงงานนิติบัญญัติ กล่าวรายงานถึงความสำคัญของการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมายและนโยบายสาธารณะ เพื่อสนับสนุนกระบวนการพิจารณากฎหมายให้มีความรอบด้านและสอดคล้องกับประโยชน์สาธารณะ
หลังจากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษ ได้รับเกียรติจาก ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. สภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ วุฒิสภา ถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ “กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต” โดยอธิบายถึงหลักการสำคัญของร่างกฎหมาย กลไกการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงอากาศสะอาด
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร และ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.กฤษฎากร ว่องวุฒิกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความพร้อมของประเทศไทยในการนำกฎหมายอากาศสะอาดไปสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และภาคธุรกิจ
การเสวนาให้ความสำคัญกับประเด็นหลัก 2 ประเด็น ได้แก่
1. ความพร้อมของประเทศไทยกับการบังคับใช้กฎหมายอากาศสะอาด
เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนกฎหมายไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในด้านโครงสร้างการบริหารจัดการ บทบาทของหน่วยงานรัฐ การประสานงานระหว่างส่วนกลางและพื้นที่ ตลอดจนความพร้อมของกลไกกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
2. ผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบในมิติต่าง ๆ
เป็นการพิจารณาผลกระทบของกฎหมายอากาศสะอาดต่อสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการดำเนินงานของภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะผลเชิงบวกในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ และสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณาข้อท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ภาระของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปรับตัวของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชน รวมถึงความจำเป็นในการออกแบบมาตรการที่สมดุลและเป็นธรรม
การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านกฎหมาย นโยบายสาธารณะ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน เพื่อสนับสนุนให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. เป็นไปอย่างมีข้อมูลรอบด้าน และสามารถนำไปสู่การออกแบบกฎหมายที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการนิติบัญญัติ และผู้เข้าร่วมสัมมนา ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบคอบ ทั้งในเชิงหลักการของกฎหมาย ความเป็นไปได้ในการบังคับใช้ และผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว อันเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนากฎหมายที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับประโยชน์สาธารณะ





















