สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ จัดกิจกรรมนำเสนอโครงงานและปัจฉิมนิเทศ หลักสูตรวุฒิบัตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (4ส.ใต้) รุ่นที่ 8 ระหว่างวันที่ 10–11 สิงหาคม 2569 ณ ห้องน้ำพราว 2 โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี จังหวัดปัตตานี เปิดพื้นที่ให้นักศึกษานำเสนอ 5 โครงงานที่มุ่งตอบโจทย์การสร้าง “สังคมสันติสุข” ผ่านการพัฒนาเยาวชน การจัดการสิ่งแวดล้อม การสานเสวนา การใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างความไว้วางใจ ตลอดจนการพัฒนาด้านการศึกษาและสังคม พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และถอดบทเรียน เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
กิจกรรมวันที่ 10 สิงหาคม เปิดเวทีให้นักศึกษาทั้ง 5 กลุ่มนำเสนอผลการดำเนินโครงงาน โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาเยาวชนผู้สร้างสันติภาพโดยใช้ทุนชุมชน, การบริหารจัดการขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า, การใช้กระบวนการสานเสวนาเพื่อจัดการความขัดแย้งและฟื้นฟูความสัมพันธ์ในชุมชน, การใช้กีฬาและฟุตบอลเป็นพื้นที่กลางในการสร้างความไว้วางใจ และประเด็นด้าน การศึกษาและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนการนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาพัฒนาเป็นแนวทางที่เชื่อมโยงกับบริบทและความต้องการของพื้นที่จริง
โดยโครงงานทั้ง 5 กลุ่มได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา ได้แก่ รศ.เสาวนีย์ รุจิระอัมพร จิตต์หมวด, นายดนัย มู่สา, นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ดือเระ และนายจตุรนต์ เอี่ยมโสภา ซึ่งร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาและต่อยอดโครงงานให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
สำหรับวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีการรายงานภาพรวมผลการประเมินหลักสูตร พร้อมเปิดเวทีให้คณะกรรมการและคณาจารย์ประจำหลักสูตรร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดและมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อน สันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในอนาคต โดย นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ที่ปรึกษาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและร่วมพูดคุยกับนักศึกษา
การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของหลักสูตร 4ส.ใต้ ในการเชื่อมโยง “องค์ความรู้–ประสบการณ์–เครือข่าย–การปฏิบัติ” เข้าด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการศึกษาอบรมไปต่อยอดในการทำงานและการพัฒนาพื้นที่ พร้อมร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือ อันนำไปสู่การเสริมสร้าง สังคมสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน











