เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมเวทีสิทธิมนุษยชนโลก ณ กรุงปักกิ่ง ชูบทบาท “ธรรมาภิบาลเพื่อสิทธิมนุษยชน”
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้รับเชิญจากคณะกรรมการจัดงาน 2026 Forum on Global Human Rights Governance ให้เข้าร่วมการประชุมพร้อมกล่าวสุนทรพจน์ ในหัวข้อ “The Human Rights Implications of the Global Governance Initiative” ระหว่างวันที่ 11–12 มิถุนายน 2569 ณ Beijing Hotel กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สะท้อนบทบาทของสถาบันพระปกเกล้าในฐานะองค์กรคลังสมองด้านนิติบัญญัติและธรรมาภิบาลของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดย State Council Information Office (SCIO) และ Ministry of Foreign Affairs of the People’s Republic of China ภายใต้หัวข้อ “Joint Development, Shared Human Rights: The 40th Anniversary of the Adoption of the Declaration on the Right to Development and a New Vision for Global Human Rights Governance” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสิทธิในการพัฒนา การกำกับดูแลระดับโลก และแนวทางการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในบริบทของความท้าทายร่วมสมัย
ในการกล่าวสุนทรพจน์ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ได้นำเสนอแนวคิดและบทบาทของสถาบันพระปกเกล้าในการขับเคลื่อนหลักธรรมาภิบาลเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสำคัญ 5 ประการของ Global Governance Initiative (GGI) ได้แก่
- ความเสมอภาคแห่งอธิปไตย (Sovereign Equality) ผ่านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสะท้อนเสียงของประชาชนและชุมชน
- หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ (International Rule of Law) ผ่านการสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำข้อเสนอด้านกฎหมาย
- พหุภาคีนิยม (Multilateralism) ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือด้านธรรมาภิบาลระหว่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนประเทศไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
- การพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centered Approach) ผ่านการสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและ KPI Poll
- การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม (Real Actions) ผ่านการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคประชาชนสู่กระบวนการนิติบัญญัติ อาทิ การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการจัดการขยะอย่างยั่งยืนภาคประชาชน
ซึ่งการเข้าร่วมประชุมและการได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ในเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสถาบันพระปกเกล้าในการขยายบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลกด้านธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำเสนอประสบการณ์การพัฒนาประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของไทยสู่ประชาคมนานาชาติ อันเป็นการตอกย้ำบทบาทของสถาบันพระปกเกล้าในฐานะ “คลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ” ที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับสากล









