ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ ห้องศักดิเดชน์ภูวไนย สถาบันพระปกเกล้า รองศาสตราจารย์ ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การเมือง การบริหาร และมาตรฐานสากล (OECD)” ให้กับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสถาบันมหิตลาธิเบศร เพื่อสร้างบทบาทของ “แพทย์ยุคใหม่” เน้นพัฒนานักบริหารให้มีภาวะผู้นำให้มีศักยภาพในการพัฒนาองค์กร และเป็นผู้นำการบริหารระบบสุขภาพของสังคมไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้ร่วมสะท้อนภาพรวม ความสำคัญของการปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐเพื่อความยั่งยืน คุณภาพประชาธิปไตยและการเมืองไทยผ่าน KPIPoll และมาตรฐานสากลOECD พร้อมชี้ให้เห็นถึงการที่ประเทศไทยเราก้าวเข้าสู่มาตรฐานOECD เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของไทย ก้าวข้ามปัญหากฎหมายล้า 100,000 ฉบับปัจจุบันนี้ไทยมีกฎหมายและใบอนุญาตซ้ำซ้อนกลายเป็นต้นทุนแฝงและลดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ยกระดับการตรากฎหมายไทยให้เป็นระบบ ให้รัฐมีกฎหมายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น การใช้มาตรฐานสากลของ OECD สร้างความมั่นคงเชิงนโยบายในระยะยาว และประโยชน์ที่ไทยจะได้รับหากได้เป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571คาดว่าจะช่วยผลักดัน GDP ของไทยให้เพิ่มขึ้นยกระดับธรรมาภิบาลภาครัฐ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และสร้างความโปร่งใสดึงดูดการลงทุนและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจบนเวทีโลก
ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) โดยคณะกรรมการ OECD ทั้ง 25 คณะ ซึ่งต้องอาศัยการร่วมมืออย่างจริงจังจากทั้งภาครัฐ รัฐสภา และภาคประชาชนในการปรับแก้กฎหมายและยกระดับมาตรฐานประเทศ ดังนั้นสถาบันพระปกเกล้ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) โดยทำหน้าที่เป็น “คลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ” และ “กลไกขับเคลื่อนหลักในฝ่ายนิติบัญญัติ” เพื่อยกระดับกฎหมาย นโยบายสาธารณะ และมาตรฐานธรรมาภิบาลของไทยให้ทัดเทียมสากล









