เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมรับฟังการนำเสนอ 10 กลุ่มโครงงาน ปนพ.รุ่นที่ 3 ต่อยอดองค์ความรู้ นวัตกรรม สู่การพัฒนาระบบสุขภาพไทย
สถาบันพระปกเกล้า สถาบันมหิตลาธิเบศร และแพทยสภา ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาผู้นำทางการแพทย์ ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.) รุ่นที่ 3 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 9 เดือน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธี เข้ากับการบริหารจัดการทางการแพทย์และเทคโนโลยี มุ่งสร้างผู้นำที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
วันที่ 12 กันยายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธีปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร ปนพ. รุ่นที่ 3 ณ โรงแรม Holiday Inn & Suites ศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาที่ผ่านการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม–12 กันยายน 2569
ตลอดหลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ผ่านการบรรยาย และการจัดทำโครงงานกลุ่ม การศึกษาดูงานทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการอบรมระยะสั้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดมุมมองและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุขและสุขภาพในบริบทที่หลากหลาย
นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมได้นำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติผ่าน 10 โครงงานกลุ่ม ที่มุ่งตอบโจทย์ระบบสุขภาพในหลากหลายมิติ อาทิ การป้องกันโรคอ้วนในเด็ก การพัฒนาระบบอาหารในโรงพยาบาล ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความปลอดภัยจากการฉีดฟิลเลอร์ การใช้เอกสารยาในรูปแบบดิจิทัล การออกแบบบริการสุขภาพที่คำนึงถึงความเท่าเทียม ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลและความยั่งยืนของระบบสุขภาพ
พร้อมกันนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งโครงการตรวจสุขภาพพระสงฆ์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ วัดสุทัศนเทพวราราม และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางที่จังหวัดสระบุรี สะท้อนการนำองค์ความรู้และศักยภาพของผู้นำทางการแพทย์ไปสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระปกเกล้า สถาบันมหิตลาธิเบศร และแพทยสภา เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์จากหลากหลายสาขา เพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับสูงด้านการแพทย์และสาขาที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นกำลังสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุข และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ซึ่ง เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า คณาจารย์ที่ปรึกษาหลักสูตร ผู้บริหารสถาบันมหิตลาธิเบศร และผู้บริหารแพทยสภา กล่าวแสดงความชื่นชมนักศึกษาถึงการบูรณาการองค์ความรู้และทักษะ เชื่อมั่นว่าเครือข่ายผู้นำทางการแพทย์นี้จะร่วมกันต่อยอดความรู้ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพและประเทศต่อไป
















