แนะพรรคการเมืองใช้นโยบายประชานิยมอย่างระวัง เผยหลายประเทศกังวล เทคโนโลยีควอนตัมที่น่ากลัวกว่าเอไอ ชี้หากไทยแก้ปัญหาการเมืองปัจจุบันไม่ได้ ระวังเจอปัญหาโลกอนาคต
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวปาฐกถาในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 ว่าปัจจุบันโลกของเรากำลังเผชิญกับสภาวะ VUCA World ที่ประกอบด้วย 4 คำ ความผันผวน (Volatility), ความไม่แน่นอน (Uncertainty), ความซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) โดยการเมืองไทยเองก็ประสบสภาวะนี้เช่นกัน
รศ.ดร.อิสระ กล่าวต่อไปว่า จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดวันนี้เราจะได้เห็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในการเมืองไทยในช่วงหลายสิบปี คือการเมืองที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ด้วยจำนวนพรรคที่ชนะได้ ส.ส. เกือบ 200 คน แต่ถามว่าความเสถียรภาพที่ว่านี้จะเกิดขึ้นจริง ๆ ไหมกับระยะเวลาการทำงาน เรื่องนี้สภาวะโลก VUCA จะช่วยตอบได้อย่างดี
รศ.ดร.อิสระ กล่าวอีกว่า วันนี้คำว่าอุดมการณ์ทางการเมืองถูกเปลี่ยนไป ไม่ได้มีแค่ซ้าย และขวา แต่ตั้งบนพื้นฐานนโยบายแต่ละประเด็น ที่บางครั้งมีความย้อนแย้งในตัว เช่นต้องการสวัสดิการจากรัฐ แต่ไม่อยากจ่ายภาษีเยอะ เราจึงได้เห็นบางพรรคเสนอนโยบายย้อนแย้งในตัวเอง เพิ่มสวัสดิการ และลดภาษีไปพร้อมกัน หลายพรรคจึงแข่งกันด้วยนโยบายประชานิยม ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าไม่ระวังอาจเกิดปัญหาได้ โดยมีตัวอย่างให้เห็นในประเทศอื่นมาแล้ว ดังนั้นวันนี้เราอยากเห็นการเมือง ที่ทุกพรรคเปลี่ยนจากนโยบายประชานิยม เป็นนโยบายรัฐแห่งสวัสดิการที่รักษาวินัยการคลัง
รศ.ดร.อิสระ กล่าวต่อไปว่า เมื่อพูดถึงรัฐแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องกล่าวต่อไปอีกก็คือ ในทางการเมืองเมื่อก่อนเรามีโลก 3 ใบคือ รัฐ ตลาด และประชาสังคม โลกใบที่ 4 ที่เกิดขึ้นใหม่คือ “โลกดิจิทัล” ที่ทรงอำนาจ และกำหนดพฤติกรรมของคนในสังคมได้ ที่ผ่านมาเราอยู่ในยุคของ Post Truth คือโลกหลังความจริง ที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งความจริงเกิดขึ้นจากความเชื่อ ความรู้สึก โดยขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการศึกษา แต่ในอนาคตอันใกล้เรากำลังเข้าสู่โลก Post Screen หรือโลกหลังหน้าจอ ที่ความจริงสร้างขึ้นได้ ที่วันนี้คนไทยใช้เวลาอยู่กับโลกใบนี้ราว ๆ 7 ชม. 54 นาทีต่อวัน สูงกว่าทั่วโลกที่ใช้เวลาราว ๆ 6 ชม. ต่อวัน
รศ.ดร.อิสระ กล่าวเสริมว่า โลกใบนี้มีความน่ากลัวอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่เอไอ (AI) แต่เป็นเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตีพิมพ์วารสารระบุว่า เรื่องของเอไอไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปแล้ว แต่กังวลเรื่องเทคโนโลยีควอนตัม ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด (Quantum Leap) โดยระหว่างทางควอนตัมจะค่อย ๆ ทำงานโดยที่เราไม่มีทางรู้ตัว จะทราบได้อีกทีคือสิ่งนั้นกลายเป็นภัยคุกคามโดยที่เราป้องกันไม่ได้แล้ว ซึ่งรัฐบาลในหลายประเทศกำลังกังวลเรื่องนี้
รศ.ดร.อิสระ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเรารู้แล้วว่าโลกดิจิทัลมีความสำคัญ และเรื่อง VUCA World เป็นเรื่องปกติ ส่วนเทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามีจะผลกระทบ 3 ด้าน เรื่องแรกความมั่นคงทางไซเบอร์ของรัฐ ถ้าถูกโจมตีขึ้นมาเมื่อใดจะเกิดความพินาศทันที เรื่องที่สองคือความเชื่อมั่นในความเป็นรัฐดิจิทัล ถ้ารัฐไทยโดน Quantum Leap โจมตีระบบขึ้นมา ประชาชนจะหมดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางดิจิทัล เรื่องสุดท้ายอธิปไตยทางเทคโนโลยี ที่ใครครอบครองเทคโนโลยี จะเป็นผู้ควบคุมโลก การใช้เทคโนโลยีควอนตัมอย่าง Quantum Computing, Quantum Sensor ถ้าไม่นำมากำหนดงบประมาณ หรือนโยบายสาธารณะ เราจะตามประเทศอื่นไม่ทัน
“ผมขอเปรียบเทียบอย่างนี้ ขณะนี้เรามีปัญหาการเมืองไทยที่เห็นชัด แต่ไม่มีใครลงมือแก้ไข เปรียบเหมือนแรดขาวที่ยืนเด่นกลางทุ่ง หรือช้างตัวใหญ่อยู่กลางห้อง แล้วมีกลุ่มหงส์หนึ่งที่เราเชื่อว่ามีแต่สีขาว แต่มี ‘หงส์ดำ’ (Black Swan) แฝงตัวอยู่ในนี้เงียบ ๆ โดยกำลังจะกลายเป็นปัญหาที่เราคาดไม่ถึงในอนาคต หากประเทศไทยยังจัดการปัญหาแรดขาว หรือช้างไม่ได้ วันหนึ่งเราจะกลายเป็นผู้รับเคราะห์นั้นในที่สุด” รศ.ดร.อิสระ กล่าวทิ้งท้าย




