มหาอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และหลายพื้นที่ในภาคกลาง นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และสร้างบาดแผลทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยากจะลืมเลือน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามสำคัญหลายประการว่า “สาเหตุของอุทกภัยครั้งนี้คืออะไร” จากความไม่พร้อม? หรือขาดเตรียมความพร้อม? การสื่อสารที่ผิดพลาด? การขยายตัวของเมืองและการวางผังเมือง หรือเกิดจากข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและการปกครองท้องถิ่นในการรับมือภัยพิบัติ?
สถาบันพระปกเกล้า จึงจัดสัมมนาถอดบทเรียน“ท้องถิ่นกับภัยน้ำท่วม: บทเรียนการจัดการมหาอุทกภัย จาก 54 สู่ 68” เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานอย่างกว้างขวาง สำหรับ โดยเฉพาะเหตุการณ์ อุทกภัยใน 9 จังหวัดภาคใต้ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สถาบันฯจึงตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของท้องถิ่นกับการจัดการภัยพิบัติ ขึ้น
รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยในฐานะหนึ่งในผู้ประสบภัยปี 2554 ว่า ลักษณะของน้ำท่วมกรุงเทพฯ มีความซับซ้อนและยืดเยื้อ แตกต่างจากพื้นที่อื่นที่อาจมาไวไปไว ทำให้การประสานงานในหลายระดับเกิดความยุ่งยาก โดยเน้นย้ำว่า ไม่มีใครสามารถรับมือภัยพิบัติได้เพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานระดับใดก็ตาม
กทม. จึงได้นำระบบ Incident Command System (ICS) หรือระบบบัญชาการเหตุการณ์มาใช้อย่างจริงจัง เพื่อวางโครงสร้างการทำงานให้ชัดเจนว่าใครทำหน้าที่อะไรในแต่ละสถานการณ์ โดยหัวใจสำคัญของ ICS ไม่ใช่การรวมอำนาจสั่งการไว้ที่คนเดียว แต่เป็นการกระจายบทบาทให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง ซึ่งต้องอาศัยการฝึกซ้อมมากกว่าการเรียนรู้เพียงในตำรา
1. BKK Risk Map (แผนที่ความเสี่ยงกรุงเทพฯ): การจัดทำฐานข้อมูลความเสี่ยงในรูปแบบ Open Data ที่รวบรวมตำแหน่งถังดับเพลิง หัวจ่ายน้ำ กล้อง CCTV และจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นระบบและลดความรุนแรงของเหตุฉุกเฉินได้
2. การเยียวยาที่ฉับไว: ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเงินสดเป็นการโอนเงิน ทั้งหมด เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน
“การแก้ไขปัญหาไม่ควรนำข้อจำกัดมาตั้งเป็นเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง หากทุกฝ่ายร่วมมือกันทลายข้อจำกัดเหล่านั้น เราจะสามารถพัฒนาและก้าวข้ามทุกวิกฤตไปได้” รศ. ทวิดา กล่าวทิ้งท้าย
การเสวนาครั้งนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญร่วมให้มุมมอง ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษ กฤษฎา บุณยสมิต ที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันพระปกเกล้า และอดีตผู้ตรวจการอัยการ , นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ,
รศ.ดร. พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย และ รศ. พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล จากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบผังเมืองให้สอดคล้องกับทิศทางน้ำ การสื่อสารในภาวะวิกฤต และการบริหารงบประมาณแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัยพิบัติ
ติดตามรับชมย้อนหลังทางลิงค์
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น #สถาบันพระปกเกล้า
ภาพกิจกรรม














