สถาบันพระปกเกล้า ผนึกกำลังรัฐสภา “สร้างรัฐสภาไทยเป็นต้นแบบองค์กรปลอดภัยและเท่าเทียม” จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นบุคลากร มุ่งส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 : สถาบันพระปกเกล้า โดย สำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภา และสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับ กลุ่มงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการสำรวจความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของรัฐสภาในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ (Survey on the Parliament’s Performance in Promoting Gender Equality) ขึ้น เพื่อผลักดันให้รัฐสภาไทยเป็นองค์กรต้นแบบที่มีพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและเท่าเทียมอย่างแท้จริง”เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากบุคลากร สู่เป้าหมายรัฐสภาที่เท่าเทียมและปลอดภัย”
ความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรในวงงานรัฐสภาอย่างรอบด้าน โดยเน้นประเด็นสำคัญที่ครอบคลุมความปลอดภัยทางเพศสภาพ และการป้องกันความรุนแรงทางเพศในสถานที่ทำงาน
โดยมีบุคลากรในวงงานรัฐสภาที่เข้าร่วมโครงการ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในหลากหลายประเด็น อาทิ ความปลอดภัยต่อเพศสภาพในรัฐสภา นโยบายที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศของส่วนราชการในสังกัดรัฐสภา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับความรุนแรงทางเพศในรัฐสภา เช่น การเลือกปฏิบัติทางเพศ การกดขี่ และการล่วงละเมิด เป็นต้น
“ผนวกข้อมูลสู่การวิจัยเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน”
สถาบันพระปกเกล้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปราศจากอคติและความรุนแรง โดยโครงการสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง “การสำรวจความคิดเห็นในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางสังคม ผ่านการมีส่วนร่วมและการเป็นผู้นำทางการเมืองของผู้หญิง” มีเป้าหมายเพื่อประเมินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิง รวมถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงในทางการเมือง
ซึ่งผลจากการสำรวจความคิดเห็นเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนให้รัฐสภาไทยเป็นสถานที่ทำงานที่ ปลอดภัยและเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง การบรรลุเป้าหมายนี้ไม่ใช่เพียงการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญของ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพราะการที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นได้อย่างไร้กังวล คือหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง














