การสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
การสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477 นับเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ และเป็นครั้งเดียวในราชวงศ์จักรีที่พระมหากษัตริย์ทรงสละราชสมบัติ สาเหตุสำคัญเกิดจากความขัดแย้งระหว่างพระองค์กับรัฐบาลคณะราษฎรภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
แม้ในระยะแรกทั้งสองฝ่ายจะประนีประนอมและสามารถนำพาประเทศเข้าสู่ระบอบใหม่ได้อย่างราบรื่น แต่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาภายในรัฐบาล การเกิดเหตุการณ์กบฏบวรเดช และการดำเนินคดีต่อฝ่ายกบฏซึ่งพระองค์ทรงเห็นว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป พระราชประสงค์ให้ลดโทษและงดการดำเนินคดีไม่ได้รับการตอบสนอง
ต่อมามีความขัดแย้งกับฝ่ายรัฐบาลคณะราษฎรอีก จากพระราชบัญญัติ 2 ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติอากรมรดกของการรับมรดก ที่พระองค์ทรงยับยั้งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2477 และได้พระราชทานร่างพระราชบัญญัติคืนมาให้ผู้แทนราษฎรพิจารณาใหม่ โดยขอให้มีการบัติญัติให้ชัดเจนว่ามรดกจากทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ไม่ต้องเสียอากรมรดก แต่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนด้วยมติลับยืนยันตามร่างเดิมทั้งหมด สำหรับพระราชบัญญัติฉบับที่ 2 คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายลักษณะอาญาที่พระองค์ทรงยับยั้งในวันที่ 29 กันยายน 2477 เพื่อให้มีการบัญญัติในประเด็นการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เพื่อให้มีการพระราชทานอภัยโทษจากโทษประหารชีวิต แต่สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ลงมติลับยืนยันร่างดังกล่าว ในท้ายที่สุดพระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องประกาศให้เป็นกฎหมายบังคับใช้เอง
เมื่อความขัดแย้งดำเนินมาถึงขีดสุดฝ่ายรัฐบาลได้ส่งเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะไปเข้าเฝ้าพระองค์ ณ ประเทศอังกฤษ ในช่วงเวลานี้พระองค์ทรงมีพระราชบันทึกถึงรัฐบาลเกี่ยวกับความข้องพระราชหฤทัยของพระองค์ต่อรัฐบาลในหลายประเด็น ในพระราชบันทึกนั้นได้ระบุว่า ต้องได้รับการตอบบสนองจากรัฐบาลครบทุกประเด็น มิฉะนั้นพระองค์จะไม่เสด็จกลับประเทศ และขอให้ถวายคำตอบแก่พระองค์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2477 มิเช่นนั้นจะทรงสละราชสมบัติ
ในท้ายที่สุด ทางรัฐบาลปฏิเสธข้อเรียกร้องของพระองค์โดยเด็ดขาด การตอบดังกล่าวของรัฐบาลเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย จึงทำให้พระองค์ทรงตัดสินพระราชหฤทัยสละราชสมบัติในวันที่ 2 มีนาคม 2477 ผ่านทางพระราชหัตถเลขาที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ถึงรัฐบาล
กล่าวโดยสรุป การสละราชสมบัติครั้งนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งเชิงโครงสร้างด้านอำนาจ แนวคิด และความคาดหวังต่อระบอบการเมืองใหม่ ระหว่างพระมหากษัตริย์กับคณะราษฎรในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของสยาม
