จำนวน อบต. กับความหมายต่อการปกครองท้องถิ่นไทย
วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่นจึงขอชวนทุกท่านมารู้จัก อบต. กันต่อ คราวนี้เรามาดูกันว่า อบต. ในปัจจุบันมีกี่แห่ง จังหวัดไหนเยอะ จังหวัดไหนน้อย และตัวเลขหล่านี้มีความหมายอย่างไรต่อการปกครองท้องถิ่นไทยบ้าง
จากข้อมูลเดือนธันวาคม 2568 โดยศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งท้องถิ่นแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 4,993 แห่ง คิดเป็น 63.67% มากที่สุดในบรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกประเภทของไทย
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ผ่านจำนวน อบต. มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากการควบรวม อบต. ในพื้นที่ใกล้เคียงกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการถูกยกฐานะไปเป็นเทศบาลตำบลตามความเจริญเติบโตและการขยายตัวของประชากรในพื้นที่
ส่วนในระดับจังหวัดนั้น จังหวัดที่มี อบต. มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 231 แห่ง ศรีสะเกษ 171 แห่ง อุบลราชธานี 171 แห่ง สุรินทร์ 139 แห่ง และบุรีรัมย์ 134 แห่ง ส่วนจังหวัดที่มี อบต. น้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ภูเก็ต 6 แห่ง นนทบุรี 10 แห่ง ระนอง 16 แห่ง ลำพูน 16 แห่ง และชัยนาท 18 แห่ง
จากสถิตินี้ แสดงให้เห็นว่า อบต. ส่วนใหญ่อยู่จังหวัดที่มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่ชนบทเป็นส่วนมาก (จังหวัด 5 อันดับแรกยังมีจุดร่วมกันอีกอย่างคือ ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และมีจำนวนน้อยในจังหวัดขนาดเล็กและมีความเป็นเมืองสูง
ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอย่างไรบ้าง?
ด้านการกระจายอำนาจ
การที่ประเทศไทยมี อบต. กระจายอยู่ทั่วประเทศเกือบ 5 พันแห่ง ถือเป็นเครื่องชี้วัดระดับการกระจายอำนาจ ทรัพยากร และการบริหารงานในเชิงปริมาณ ที่ลงลึกถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน เพื่อสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างรวดเร็วและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในเชิงคุณภาพ อาจจะยังประสบปัญหาและอุปสรรคระดับโครงสร้างที่ยังต้องผลักดันให้เกิดการพัฒนากันต่อ
ด้านการจัดการภารกิจของรัฐ
อบต. ถือเป็นองค์กรที่รับภารกิจของรัฐมาดำเนินการในพื้นที่ขนาดเล็กและเฉพาะเจาะจง โดยสามารถปรับเปลี่ยนการดำเนินการให้เข้ากับบริบทในแต่ละพื้นที่ได้ ซึ่งการมี อบต. จำนวนมาก ก็จะยิ่งกระจายช่องทางการเข้าถึงบริการ และการจัดการปัญหาที่จำเพาะในพื้นที่ระดับเล็กได้อย่างครอบคลุม รวดเร็ว และตรงประเด็น
ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับฐานราก
การมี อบต. จำนวนมาก อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมประชาชนในพื้นที่ขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองระดับฐานรากได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางและกลไกต่าง ๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาและนายก
ด้านการพัฒนาท้องถิ่นและการสร้างความเป็นพลเมือง
การมี อบต. จำนวนมาก ก็หมายถึงการมีตำแหน่งนายก ผู้บริหาร และสมาชิกสภาที่ประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าไปดำรงตำแหน่งและแสดงศักยภาพการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้มากขึ้นด้วย ส่งผลให้ความเป็นพลเมืองและวัฒนธรรมประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นเข้มแข็งตามกันไป
จากจำนวนดังกล่าว ทำให้การเลือกตั้ง อบต. วันที่ 11 ม.ค. 2569 เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ ที่มีความหมายมากกว่าแค่การเลือกตั้ง แต่เป็นการทำให้หลักการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชน ความเป็นพลเมือง และหลักการประชาธิปไตยหยั่งรากลึกในสังคมการเมืองไทยอีกด้วย
เรื่องและภาพ: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล
อ้างอิง:
ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์. (2564). ไม่ได้เลือกตั้ง อบต. มานานเกือบ 8 ปี ลืมกันไปหรือยัง? สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2568, แหล่งที่มา: https://theactive.thaipbs.or.th/…/get-to-know…
ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งท้องถิ่นแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. (2568). ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแยกรายจังหวัด. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2568, แหล่งที่มา: https://nlc.dla.go.th/public/orgInfo02.do
ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งท้องถิ่นแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. (2568). สรุปข้อมูล อปท. ทั่วประเทศ. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2568, แหล่งที่มา: https://nlc.dla.go.th/public/orgInfo01.do
iLaw. (2568). เลือกตั้งท้องถิ่น: เตรียมพร้อมเข้าคูหา เลือกตั้ง อบต. 11 มกราคม 2569. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2568, แหล่งที่มา: https://www.ilaw.or.th/articles/56178
