ชวนอ่านรายงานวิจัยสำรวจพฤติกรรมการมีส่วนร่วมการเลือกตั้งท้องถิ่น ปี 68
ในที่สุด เทศกาลเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว หมุดหมายต่อไปคือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 8 ก.พ. ก่อนจะกลับไปสนามท้องถิ่นอีกครั้งในการเลือกตั้ง กทม. และเมืองพัทยา
.
ระหว่างนับวันถอยหลังสู่การเลือกตั้งระดับชาติ วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า อยากจะชวนทุกท่านย้อนไปดูการเลือกตั้งท้องถิ่นอีกสองระดับเมื่อปีที่แล้ว นั่นคือการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2568 และการเลือกตั้งเทศบาลทุกระดับเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2568
.
ในการเลือกตั้งทั้งสองสนาม วิทยาลัยได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการเลือกตั้งจากกลุ่มตัวอย่าง โดยมุ่งหาคำตอบว่าปัจจัยทางประชากรศาสตร์อย่าง เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ เชื่อมโยงกับระดับการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและการตัดสินใจเลือกผู้สมัครอย่างไร พร้อมวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่ผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานรัฐด้านการปกครองท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งต่อไป
.
งานสำรวจนี้ วิทยาลัยได้รวมไว้ใน “รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยรายงานสถานการณ์การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ประจำปี 2568: บทสำรวจว่าด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่น” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
ากผลการสำรวจ ผู้วิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคต 3 มิติด้วยกัน ได้แก่
.
มิติการเข้าถึง
.
1. จัดสรรงบประมาณสนับสนุนผู้เลือกตั้งรายได้ต่ำให้เข้าถึงการเลือกตั้งและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุดหนุนค่าเดินทาง ค่าอาหาร ฯลฯ
2. พัฒนาระบบและขยายช่องทางประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างเว็บไซต์และแอปพลิเคชันกลาง หรือศูนย์ข้อมูลท้องถิ่น ให้เข้าถึงง่าย
3. จัดเวทีหรือกิจกรรมส่งเสริมการเลือกตั้งในพื้นที่สาธารณะที่ผู้เลือกตั้งคุ้นเคย เช่น ตลาดนัด ศูนย์ชุมชน วัด โรงเรียน ฯลฯ
.
มิติแรงจูงใจ
.
1. จัดกิจกรรมด้านการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ อย่างเวทีจำลองการเลือกตั้ง การประชันวิสัยทัศน์ หรือกิจกรรม hackathon นโยบายท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่มาเรียนรู้และนำไปสู่การปฏิบัติจริง
2. ส่งเสริมผู้นำชุมชน ข้าราชการท้องถิ่น ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย และองค์กรภาคประชาสังคม เป็นเครือข่ายเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และสร้างแรงจูงใจ
3. ยกย่องและให้รางวัลผู้ที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างการให้ ‘เครดิตชุมชน’ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบการสมัครงานในอนาคต หรือการให้รางวัลผู้ที่ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้น
.
มิติความโปร่งใส
.
1. วางระบบการเปิดเผยข้อมูลผู้สมัครอย่างมีมาตรฐาน ผ่านแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงและเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างผู้สมัครด้วยกันได้ง่าย
2. สร้างระบบติดตามนโยบายของและรายงานผลการดำเนินงานของผู้ได้รับเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางออนไลน์สาธารณะ
3. เปิดให้ภาคประชาชนและสื่อมวลชนสะท้อนความคิดเห็นและตรวจสอบการทำงานของผู้ได้รับเลือกตั้ง ผ่านเวทีรายงานผลประจำปี หรือศูนย์ข้อมูลภาคประชาชน
.
=====
ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุปเท่านั้น หากท่านยังไม่จุใจ โปรดรออ่านรายงานฉบับเต็ม ที่มีทั้งขั้นตอนการสำรวจ และการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งทั้งสองสนามโดยละเอียด รวมถึงมีสถิติและข้อมูลสถานการณ์การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นไทย ประจำปี 2568 ที่วิทยาลัยดำเนินการศึกษาเป็นประจำ ให้อ่านกันด้วย
.
ติดตามความคืบหน้าได้ทางเพจของวิทยาลัย ที่
www.facebook.com/KPILocalCollege
.
เรื่องและภาพ: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล
เรียบเรียงจาก: วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า. (2568). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยรายงานสถานการณ์การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ประจำปี 2568: บทสำรวจว่าด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่น [เอกสารไม่ตีพิมพ์].
