สาธารณรัฐกอทูเลคืออะไร เหตุใดจึงไม่ได้รับการยอมรับ
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงต่อสู้กับรัฐบาลพม่ามาเป็นเวลากว่า 77 ปี โดยมีพลเอก ซอ โบเมียะ เป็นประธานสหภาพไปแล้วนานกว่า 24 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2519-2543 และในภายหลัง พลเอก ซอ เนอดา โบเมียะ หนึ่งในลูกชายของพลเอกโบเมียะ ก็เข้ามาเป็นผู้บัญชาการขององค์กรป้องกันชาติกะเหรี่ยง (Karen National Defence Organisation) อันเป็นปีกทหารปีกหนึ่งของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เสริมความสามารถทางการรบต่อต้านรัฐบาลพม่าขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม ในปีพ.ศ.2564 พลเอก ซอ เนอดา โบเมียะ ถูกพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่พลเรือน 25 ศพ จนถูกสหภาพสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่และสืบสวนกรณีดังกล่าว ส่งผลให้พลเอก เนอดา โบเมียะ ตัดสินใจออกจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง และตั้งกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (The Kawthoolei Army) ของตนเองขึ้นมาในปี พ.ศ.2565
และในปี 2566 กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลได้เริ่มทำการการจัดตั้ง “รัฐบาลกอทูเล” ขึ้นมา จนกระทั่งประกาศยกระดับอีกครั้งเป็น “สาธารณรัฐกอทูเล” (Republic of Kawthoolei) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2569 เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมีพลเอก ซอ เนอดา โบเมียะ ขึ้นเป็นประธานาธิบดี
แน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ย่อมดึงสายตาจากทั่วโลกให้มาจับจ้องและตั้งข้อสงสัย บ้างก็ไม่ยอมรับกับการประกาศเป็นประเทศใหม่ ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การประกาศตั้งประเทศขึ้นมาใหม่เช่นนี้ สามารถทำได้จริงหรือไม่? และกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลมีศักยภาพมากพอที่จะตั้งประเทศของตัวเองได้จริงหรือ?
เพราะในทางปฏิบัติแล้ว กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลเพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ไม่กี่ปีและน่าจะมีจำนวนคนอยู่ประมาณ 200 คนเท่านั้น อีกทั้งอาณาเขตของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล ที่กินพื้นที่ตั้งแต่บริเวณตรงข้าม อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ไปจนถึงตรงข้ามจังหวัดชุมพร ก็ทับซ้อนอยู่กับอาณาเขตของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ที่อยู่มาก่อนแล้วหลายสิบปี
มิหนำซ้ำ ที่สำคัญที่สุด สาธารณรัฐกอทูเลยัง “ขาดการรับรอง” จากประเทศอื่นๆให้เป็นประเทศ หรือดำเนินความสัมพันธ์ด้วยในฐานะรัฐ ซึ่งส่งผลให้การประกาศตั้งประเทศไม่มีผลปฏิบัติในทางกฎหมายและขาดความชอบธรรมจากกฎหมายระหว่างประเทศ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการหลายท่านจึงสันนิษฐานกันว่า สาเหตุที่พลเอก ซอ เนอดา โบเมียะ และกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลตัดสินใจประกาศตั้งสาธารณรัฐกอทูเลขึ้น แท้จริงแล้วก็เพื่อเรียกความสนใจจากสายตาชาวโลก และทำให้กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล มีภาพลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อชาวกะเหรี่ยง
และใช้ภาพลักษณ์กับความสนใจเหล่านี้ มาระดมทุนและเรียกร้องขอการสนับสนุนจากนานาชาติให้กับกองกำลังของตน โดยที่กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลไม่ต้องเสียงบประมาณใดๆ
