
ในปัจจุบัน มีตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองจำนวนมาก ซึ่งใช้ประเมินมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับความเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพ การคอร์รัปชัน ไปจนถึงความเสี่ยงทางการเมืองในด้านต่าง ๆ

ในวันนี้นี้จึงขอนำเสนอตัวอย่างตัวชี้วัดทางการเมืองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และมักถูกนำไปใช้อ้างอิงในงานวิชาการและงานวิจัยต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการประเมินประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี จนเกิดเป็นฐานข้อมูลคะแนนเปรียบเทียบระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ โดยตัวชี้วัดดังกล่าวนี้ ได้แก่:

1. Democracy Index: ดัชนี้ชี้วัดความเป็นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศ ที่ถูกจัดทำขึ้นโดย The Economist Intelligence Unit (EIU) ซึ่งเป็นหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลของ The Economist Group ดัชนีนี้วัดความเป็นประชาธิปไตยผ่านตัวชี้วัดที่แบ่งเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่ กระบวนการเลือกตั้งและความหลากหลาย, การดำเนินงานของรัฐบาล, การมีส่วนร่วมทางการเมือง, วัฒนธรรมทางการเมือง และเสรีภาพของพลเมือง

โดยให้คะแนนแต่ละด้านในช่วง 0-10 คะแนน และคำนวณคะแนนรวมเฉลี่ยเพื่อจัดอันดับความเป็นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศ รวมถึงจัดประเภทระบอบการปกครองเป็น “ระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์” “ระบอบประชาธิปไตยที่มีข้อบกพร่อง” “ระบอบผสม” และ “ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม” ตามคะแนนที่ได้

2. Freedom in the World: ดัชนี้ชี้วัดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองทั่วโลก ซึ่งจัดทำขึ้นโดย Freedom House และชี้วัดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองผ่านการให้นักวิเคราะห์ให้คะแนนในเรื่องสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพพลเมืองแก่ประเทศต่าง ๆ ผ่านคำถาม 25 ข้อ โดยนักวิเคราะห์จะประเมินด้วยข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เช่น งานวิชาการ รายงานองค์กรสิทธิมนุษยชน ข่าวสาร และการวิจัยภาคสนาม

ในการให้คะแนน นักวิเคราะห์จะสามารถให้คะแนนแต่ละคำถามได้ตั้งแต่ 0-4 คะแนน โดย 0 หมายถึงเสรีภาพต่ำสุด และ 4 หมายถึงเสรีภาพสูงสุด และหลังจากให้คะแนนเสร็จ ก็จะนำคะแนนของคำถามทุกข้อมารวมกัน เพื่อจัดสถานะเสรีภาพให้แต่ละประเทศ โดยสถานะจะมี 3 ระดับ ได้แก่ “เสรีเต็มที่”, “เสรีบางส่วน” และ “ไม่เสรี”

3. Corruption Perceptions Index (CPI): ดัชนีชี้วัดระดับการคอรัปชั่น ที่จัดทำขึ้นโดยองค์กร Transparency International ซึ่งมีเป้าหมายในการจัดการกับคอรัปชั่นโดยเฉพาะ ดัชนีนี้วัดการคอรัปชั่นโดยใช้ข้อมูลที่สะท้อนการคอรัปชั่นของแต่ละประเทศในช่วงสองปีล่าสุด จาก 13 แหล่งข้อมูล ที่มาจาก 12 สถาบัน ซึ่งแหล่งข้อมูลดังกล่าว จะมีตั้งแต่องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันวิจัย ไปจนถึงหน่วยงานประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ

ในการให้คะแนน ข้อมูลจากแต่ละแหล่งจะถูกปรับให้กลายเป็นช่วงคะแนน 0-100 โดย 0 หมายถึงมีการทุจริตสูงสุด และ 100 หมายถึงมีการทุจริตต่ำสุด ซึ่งหลังจากให้คะแนนเรียบร้อย ก็จะคำนวณคะแนนการคอรัปชั่นของแต่ละประเทศด้วยการนำคะแนนจากทุกแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ของแต่ละประเทศมารวม และหาค่าเฉลี่ย

จากทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า ตัวชี้วัดทางการเมืองทั้ง 3 ตัวนั้น ทำการชี้วัดและประเมินในแง่มุมที่แตกต่างกัน ซึ่งแม้จะมีความเกี่ยวข้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลทั้ง 3 ตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ตัดสินความเป็นประชาธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์

ดังนั้น การจะนำข้อมูลหรือข้อสรุปจากตัวชี้วัดเหล่านี้ไปใช้งานหรือใช้อ้างอิง ก็จะต้องมีวิจารณญาณและระมัดระวัง พยายามไม่ให้เกิดการนำไปอ้างอิงที่เกินจริงจากที่ตัวชี้วัดทำการสรุปเอาไว้ด้วย