Board of Peace คืออะไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
Board of Peace หรือคณะกรรมการสันติภาพ ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการจากการลงนามของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2569 ระหว่างการประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีการเชิญประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจำนวน 62 ประเทศให้เข้าร่วมด้วย
คณะกรรมการสันติภาพจะประกอบด้วยโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานบริหาร และประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารอีก 7 คน มีทั้งข้าราชการ นักการเมือง และผู้บริหารระดับสูงที่ใกล้ชิดกับทรัมป์ เช่น มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ จาเรด คุชเนอร์ นักธุรกิจและลูกเขยของทรัมป์ และโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เป็นต้น
และมีจุดมุ่งหมายดั้งเดิมเพื่อยุติความขัดแย้งที่กาซา ผ่านการกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ การรวบรวมทรัพยากรระหว่างประเทศ และการรับประกันช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สันติภาพและพัฒนากาซา อีกทั้งคณะกรรมการสันติภาพยังตั้งใจที่จะพัฒนาไปเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ธำรงสันติภาพและความมั่นคงให้แก่พื้นที่ขัดแย้งทั่วโลกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อ้างว่าตัวเขาและคณะกรรมการสันติภาพที่ตั้งขึ้น มีส่วนร่วมในการยุติสงครามอีก 8 แห่ง ภายใน 9 เดือน ที่นอกเหนือไปจากกาซาด้วย ได้แก่ สงครามระหว่างกัมพูชากับไทย โคโซโวกับเซอร์เบีย ปากีสถานกับอินเดีย อิสราเอลกับอิหร่าน อิสราเอลกับฮามาส อียิปต์กับเอธิโอเปีย รวันดากับคองโก และอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน
ในปัจจุบัน คณะกรรมการสันติภาพมีสมาชิกรวมทั้งหมด 21 ประเทศ และอาจจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในอนาคตต่อไปได้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา กัมพูชาตอบรับคำเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการสันติภาพ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ได้ประกาศต้อนรับกัมพูชา เข้ามาเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเรียบร้อย
ในขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว ยังมีเพียงความคืบหน้าจากกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ซึ่งประกาศว่า ประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงการศึกษารายละเอียด สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะตอบรับเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก
ถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า การที่กัมพูชาตอบรับเข้าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของคณะกรรมการสันติภาพก่อนประเทศไทย เป็นการสื่อสารให้สหรัฐกับทั่วโลกรับรู้ว่า กัมพูชาให้ความสำคัญและยินดีร่วมมือกับเครือข่ายระหว่างประเทศเพื่อสร้างสันติภาพโลก อีกทั้งอาจจะมีความต้องการยุติความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา มากกว่าไทยด้วย
นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังน่าจะเป็นการดึงประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในความขัดแย้งทวิภาคีไทย-กัมพูชาในอนาคต และทำให้กัมพูชาได้ประโยชน์จากสหรัฐฯมากขึ้น เช่นในเรื่องการลงทุนและความร่วมมือด้านความมั่นคง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีผลกับภาพลักษณ์และตำแหน่งแห่งที่ของประเทศไทยบนเวทีการเมืองโลก และอาจจะส่งผลทำให้ไทยเสียเปรียบกัมพูชาบนเวทีโลกได้
จึงเป็นที่น่าติดตามต่อไปว่า ประเทศไทยจะรับมือกับสถานการณ์นี้ต่อไปอย่างไร เพื่อยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และเยียวยาความเสียหาย ไปจนถึงรักษาสถานะทางการเมืองบนเวทีโลกเอาไว้พร้อม ๆ กัน
