“Fuel Now” ช่วยได้แค่ไหนภายใต้วิกฤตน้ำมัน?
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และเกิดการขาดแคลนน้ำมันในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งวิกฤติน้ำมันดังกล่าวนี้ มีแนวโน้มที่จะกระทบกับการเดินทาง การขนส่ง ไปจนถึงค่าครองชีพของคนไทย
ดังนั้น แม้จะยังไม่มีแนวทางตอบสนองต่อปัญหาน้ำมันที่ถูกใจประชาชนนัก แต่เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความตึงเครียดแก่ประชาชน กรมธุรกิจพลังงาน ภายใต้กระทรวงพลังงาน จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม “Fuel Now” สำหรับให้ประชาชนตรวจสอบตำแหน่งของปั๊มน้ำมัน ประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิงที่แต่ละปั๊มให้บริการ และสถานะของน้ำมันเชื้อเพลิงว่ายังมีให้บริการอยู่หรือไม่ แบบเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ โดยให้แต่ละปั๊มคอยอัพเดทข้อมูลน้ำมันที่ยังมีเหลือ เข้ามาในแพลตฟอร์มอยู่เป็นระยะ
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ “Fuel Now” ยังเป็นประเด็นที่ควรถูกตั้งคำถามในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น:
1. ความไร้ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม หากปั๊มน้ำมันไม่อัพเดทข้อมูลน้ำมันเข้ามา ทำให้แพลตฟอร์มไม่สามารถให้ข้อมูลใดใดแก่ประชาชนได้เลย และอาจจะไม่มีประโยชน์
2. ความถูกต้องและความทันสมัยของข้อมูล ที่อาจล่าช้าในสถานการณ์จริง เนื่องจากปั๊มน้ำมันอาจไม่ได้ทำการอัพเดทข้อมูลเข้ามาตลอดเวลา หรือไม่มีพนักงานคอยดูแลเรื่องข้อมูลโดยเฉพาะ
3. ความครอบคลุมของสถานีบริการในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่มีข้อมูลตำแหน่งของบางสถานี โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
4. ความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในช่วงวิกฤต เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวให้ใช้งานได้ไม่นาน และยังไม่เคยรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่คนพากันท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ก็อาจจะต้องระลึกเอาไว้ด้วยว่า แพลตฟอร์มกล่าวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของการขาดแคลนน้ำมันหรือไม่สามารถทำให้น้ำมันราคาถูกลงและเกิดการกระจายไปสู่ทุกพื้นที่ได้ แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกและบรรเทาความตึงเครียดแก่ประชาชนลงบ้างเท่านั้น
การแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและการขาดแคลนน้ำมันยังคงต้องอาศัยนโยบายและมาตรการจากภาครัฐ ที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม เป็นปัจจัยนำ ควบคู่ไปกับการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจน้ำมันและภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง
